สาระนอกตำรา

Home เรียนจีน สาระนอกตำรา

5 เว็บไซต์ดูละครจีน หนังจีนสุดฮิต ดีต่อใจในเทศกาลสงกรานต์

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ สงกรานต์นี่สุ่ยหลินเชื่อว่าหลายคนต้องมีวันหยุดยาวแน่ๆ บางคนไม่อยากไปเที่ยวไหนข้างนอกเพราะร้อนตับแลบบๆๆ สุ่ยหลินเลยมาแนะนำให้เว็บไซต์สุดฮิตของคนจีนในการดู ละครจีน แบบออนไลน์กันช่วงวันหยุดยาวนี้จ๊ะ สนุกด้วยได้ฝึกภาษาจีนด้วย มีเว็บอะไรมั่งไปดูกันเลย

ป.ล. ใครลองเข้าไปดูเว็บไซต์แล้วดูไม่ได้ ภาพไม่มา อย่าลืมดูวิธีแก้ที่ท้ายโพสนะจ๊ะ

จริงๆ แล้ว “สอบจอหงวน” ไม่ได้เรียกชื่อว่าสอบจอหงวนสักหน่อยนะ

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ ห่างหายจากโพสประวัติศาสตร์กันไปนานเลยนะคะ  วันนี้สุ่ยหลินกลับมาเล่าให้ฟังเหมือนเคยค่ะ เรื่องที่สุ่ยหลินอยากเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นเรื่องการสอบ “จอหงวน” ในหนังจีน ละครจีนที่เราเห็นกันบ่อยๆ นี่่แหละค่ะ

หลายคนอาจคิดว่า ว้า! รู้มาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งสิจ๊ะ สุ่ยหลินจะบอกว่าที่เราเห็นหรือได้ยินในหนัง ในละครน่ะ กับเรื่องจริงน่ะมีจุดไม่เหมือนกันอยู่นะ เอาง่ายๆ แค่ชื่อ “สอบจอหงวน” ภาษาจีนจริงๆ ไม่ได้เรียกชื่อแบบนี้ซะหน่อย เรื่องราวจะเป็นยังไง? สุ่ยหลินรับประกันความมันส์ เอ้ยย!! ความสนุกเรื่องเล่าสไตล์สุ่ยหลินในโพสนี้ค่าาา

คนจีน คนเกาหลี คนญี่ปุ่นหน้าตาเค้าต่างกันยังไงนะ??

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน หลังจากคร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาจีนมาแล้วทั้งอาทิตย์ ก็ได้เวลามาพักสมองกันมั่งแล้วนะคะ เรียนมากไปเดี๋ยวปวดหัว อิ อิ

วันนี้สุ่ยหลินมีเรื่องนึงอยากเล่าให้ฟัง ตอนสุ่ยหลินไปเรียนเมืองจีนเนี่ย แรกๆ รู้สึกสับสนเหมือนกันว่าคนๆ เนี้ยหน้าตาหมวยๆ เอเชี่ยนๆ แบบเนี้ยเป็นคนชาติไหนกันแน่ ที่สับสนบ่อยสุด ก็คือสามชาตินี้แหละค่ะ จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ยิ่งสังคมนักเรียนต่างชาติในจีนด้วย คนเกาหลี คนญีปุ่นเดินกันให้คึ่ก แถมคนอื่นมาเจอหน้าสุ่ยหลิน ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าเจ้คนนี้หน้าแบบนี้ แต่ดันพูดจีนม่ะได้ 55 (ตอนนู้น) สร้างความงงงวยเวลาคุยกันยิ่งนัก

ตอนแรกก็คิดว่าสุ่ยหลินสงสัยเรื่องเนี้ยอยู่คนเดียว คงไม่มีใครมาใส่ใจหรอกม๊างเรื่องจุ๋มจิ๋มแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วตอนหลังถึงรู้ว่ามีคนอื่นสับสนเรื่องนี้เหมือนกันค่า เลยมีการคุยกันว่าเราจะแยกความแตกต่างของคนสามชาตินี้ยังไงด้วยลักษณะภายนอก สุ่ยหลินว่ามีประโยชน์ดี เพราะเอาจริงๆคนจีนบางคนก็ไม่ชอบคนญี่ปุ่นมาก เพื่อนญี่ปุ่นเคยไปเที่ยวด้วยกันกับสุ่ยหลินเค้ากระซิบบอกเลยค่ะว่าให้สุ่ยหลินเป็นคนพูด เพราะเวลาเค้าพูดกับแม่ค้าแม่ขาย คนขับรถแท็กซี่พวกนี้ฟังสำเนียงเค้าออกชัดว่าเป็นคนญี่ปุ่น เดี๋ยวจะโดนปฏิบัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนคนญี่ปุ่นบางคนเวลาเราเข้าใจผิดคิดว่าเค้าเป็นคนจีน เค้าก็ไม่พอใจนะคะ สุ่ยหลินเข้าใจว่าทั้งหมดนี้มาจากเรื่องการเมืองสมัยนี้กะเรื่องสงครามในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสงครามนานกิงที่คนจีนถูกทหารญี่ปุ่นฆ่าตายอย่างทารุณกรรมไปเยอะ และอื่นๆค่ะ

มาติดตามวิธีแยกคนสามชาตินี้ (ด้วยตาเปล่า อิอิ) ได้ ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

เรื่องของพัด 扇子 สำคัญขนาดไหนนะ??

扇子

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ วันนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมด้วยเรื่องสาระนอกตำราค่ะ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่เนื้อหาดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วมีค่ะ!! อิ อิ โดยเนื้อหาเก็บตกมาจากคลาสพูดของสุ่ยหลินและหย่าชิงในครั้งแรกค่ะ  นั่นก็คือเรื่องของ 扇子 “พัด” นั่นเอง

พัดในปัจจุบันนี้คนจีนก็ใช้เพียงแค่คลายร้อนในบางครั้งคราวที่ไม่มีแอร์หรือพัดลมช่วยดับร้อน หรือประดับตกแต่งเพราะดูว่าสวยดี ดูเท่ๆ ดี แค่นั้น แต่สมัยก่อนไม่ใช่นะคะ พัดสื่อได้สารพัดอย่างตั้งแต่สถานะทางสังคม ชนชั้น แบ่งชายแบ่งหญิง บอกความเป้าหมายในชีวิต ยันไปถึงบอกเลิกสัมพันธ์เลยนะ!

เรื่องราวของพัดจะเป็นยังไง ติดตามได้ในสุ่ยหลินนอกกะลากับเรื่องของพัด สำคัญขนาดไหนนะ?? ในโพสนี้ได้เลยค่ะ

4 หนุ่มสุดหล่อ แห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน (中国古代四大美男)

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่รักของสุ่ยหลินทุกคน^^ กลับมาอีกครั้งกะเรื่องเบาๆ ในวันศุกร์กันดีก่า ใกล้สงกรานต์กันแล้วนะคะ ทุกคนคงเตรียมตัวพักผ่อน ไม่ไปเที่ยวก็พึ่งพุงอยู่บ้านแบบสุ่ยหลินเนอะ วันนี้สุ่ยหลินมีเรื่องคนจีนหน้าตาดีมาเล่าให้ฟังค่าา อิ อิ

อย่างที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าหญิงงาม 4 ในประวัติศาสตร์ชาติจีนมี 4 คน ได้แก่ 西施 [Xīshī] ภาษาไทยออกเสียงว่าไซชี,  王昭君 [Wáng Zhāojūn] ภาษาไทยเรียกหวางเจาจิน, 貂婵 [Diāo Chán] ภาษาไทยเรียกเตียวเสี้ยนและ 杨贵妃 [Yáng Guìfēi] หยางกุ้ยเฟย ซึ่งทั้งหมดนี้สุ่ยหลินขอไม่เล่าเพราะอิจฉาที่เธอสวยยกว่าา..เย้ย ม่ะช่ายหรอกค่าา เพราะว่ามีคนอื่นเล่าเรื่อง 4 หญิงงามไปเยอะแล้วน้า โพสนี้สุ่ยหลินเลยขอเล่า 4 หนุ่มสุดหล่อ แห่งประวัติศาสตร์ชาติจีนกันดีว่า

ติดตามหนุ่มหล่อชาติจีนที่หล่ออมตะ หล่อยั้งยืนยงจนมาถึงปัจจุบัน (หล่อมาถึงปัจจุบันนี่หล่อยังไง??) ในโพสนี้กะสุ่ยหลินนะคะ (เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้สาวๆ แฟนเพจสุ่ยหลินกันมั่ง)^^

สำนวนจีน สำนวนไทย คางคกกับห่านฟ้า?? ดอกฟ้ากับหมาวัด??

สำนวนจีน

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ได้เวลาพักเบรคจากเรื่องเรียนมั่งแล้วนะจ๊ะ  งั้นโพสนี้เรามาเบรคกันด้วยเรื่องสนุกๆ กับการเรียนภาษาจีนดีฝ่า พวกเรารู้กันดีว่าเรียนภาษาต่างประเทศให้ได้เหมือนเจ้าของภาษา เราต้องสะสมคลังคำศัพท์รวมไปถึงพวกสุภาษิต สำนวนต่างๆ ให้เพียงพอ ถึงเวลาใช้ก็งัดขึ้นมาใช้ได้อย่างทันท่วงที เพราะสมมติว่าเราจะบอกว่าโหหยย..แฟนคู่นี้ไม่คู่ควรกันเล้ย อีกฝ่ายหน้าปลวก กะอีกฝ่ายหยั่งกะนางฟ้า ไม่น่าจะมาเป็นแฟนกันได้ พูดแบบนี้คือยาวไปใช่ป่ะ? เรามาจบปึ๊ง! ด้วยประโยคเดียวว่า โหหห…ดอกฟ้ากะหมาวัดว่ะ! จบมั๊ย? จบ!

แต่ที่นี้แฟนเพจหลายคนก็อาจจะท้อ เพราะบอกว่า โหหห…สุภาษิต สำนวน คำพังเพยอะไรนี่ มันยากชะมัด! เรียนภาษาจีนธรรมดาก็ยากพอแล้ว ยังต้องมาจำสุภาษิตอะไรๆ นี่อีก ท้ออ่ะ! (แย่งยาหม่องมาถือแทนลิงแพรบ)

แต่เชื่อสุ่ยหลินป่าวจ๊ะว่า มีหลายสำนวน สุภาษิตเลยที่ภาษาจีนกะภาษาไทยใกล้เคียงกันมาก แค่เปลี่ยนตัวละครหรือชื่อสถานที่ข้างใน ที่เหลือเหมือนกันเด๊ะๆ เหมือนกับที่เหล่าซือของสุ่ยหลินบอกว่าภาษาจีนกับภาษาไทยมีวัฒนธรรม ความเชื่อที่ใกล้เคียงกันค่อนข้างมาก ถ้าให้เหล่าซือพูดก็คือของไทยเอาของจีนเป็นแรงบันดาลใจว่างั้น ดังนั้น ภาษาจีนกับไทยหลายครั้งคือเข้าใจกันได้ง่ายๆ เช่น คำว่า “เสียหน้า” = 没面子 [méi miànzi] แปลใกล้เคียงกันมากเลยใช่ป่าวคะ ในขณะที่ฝรั่งกลับไปเรียกว่า embarrass (ทำให้รู้สึกอาย) เรียกไปอีกทางเลยว่างั้น

ถ้างั้นให้เอายาหม่องคืนลิงไปก่อน มาติดตามโพสนี้กับสำนวนสุภาษิตจีนง่ายๆ ที่เหมือนไทยเด๊ะๆ เลย ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

Slang จีน! ที่เกี่ยวกับคน อ่านที่มาแล้วจะคุ้นๆ เหมือนประเทศไหนไม่รู้จิ!

ภาษาทุกภาษาในโลกนี้มีการมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ นะคะ (เกริ่นได้วิชาการม่ะ!) ไม่ว่าภาษาไทย จีน อังกฤษ ฝรั่ง ฯลฯ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ภาษาพวกนี้ถึงเรียกว่า “ภาษาเป็น” และก็เพราะที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หยั่งงี้แหละ จึงมีคำฮิตบางคำเกิดขึ้นมา บางคำก็อยู่ได้นาน บางคำก็อยู่ได้แปปเดียวแล้วก็หายไป คำส่วนใหญ่เกิดจากในเน็ต ในสังคม ในชีวิตประจำวันทั้งหลาย คำพวกนี้ก็คือคำสแลงทั้งหลายนั่นเองค่าาา

ถ้าภาษาไทยก็พวกตระกูลจุง (ไม่ช่ายตระกูลหยางนะ) เช่น เขินจุง รักจุง อายจุง ฯลฯ ตอนนี้ก็หายไปล่ะ ต่อมาก็เกรียน หง่าว (แมว?) ตะเตือนไต (สารภาพว่าสุ่ยหลินเห็นครั้งแรกนึกว่าพิมพ์ผิด! ไตอาไรหว่า?) และ ถถถถถ (แถ) ถ้าเป็นรุ่นเก่าบอกอายุก็ต้อง มะจัง จ๊าบ โลกดนตรี กระโปรงบานขาสั้น รักสั้นยาวอะไรๆ ก็ว่าไป อิ อิ

ภาษาจีนก็เหมือนกัน มีคำสแลงใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ  นะคะ เหตุผลก็เกิดตามข้างบนนั่นแล วันนี้มารู้จักสแลงจีนไว้ใช้แชทแบบไม่เชยดีกว่า เพราะคนจีนเค้าใช้บ่อย ๆ น้า

มาดูสถาปัตยกรรมบ้านเก่าจีนที่สวยที่สุดกัน! ตอนที่ 1

ไม่รู้ว่าใครชอบเหมือนสุ่ยหลินหรือป่าวนะคะ สุ่ยหลินชอบบ้านเก่าๆ มากๆ เลยไม่ว่าของจีนของไทยชอบหมด เพราะว่าบ้านเก่าๆ พวกนี้ บอกเล่าอะไรหลายๆ อย่างผ่านกาลเวลา ผ่านร้อนผ่านหนาว บอกถึงวัฒนธรรม ความเชื่อประเพณีและอะไรอีกเยอะแยะเลยนะ

ที่สำคัญพอเวลาผ่านไป บ้านเก่าๆ เหล่านี้ ก็หาอีกไม่ได้แล้ว ช่างฝีมือเก่งๆ เทคนิคสมัยนั้นก็ล้มหายตายจากกันไปหมด หรือไม่ก็ไม่มีใครคิดจะสร้าง คิดจะทำแบบนี้อีก

สิ่งทีเหลืออยู่ก็เหลือเพียงความทรงจำ ให้เรามองย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองที่เคยมีค่ะ

วันนี้มีรูปบ้านเก่าของจีนสุดสวยมาฝาก แต่ละพื้นที่ก็มีวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน ภูมิอากาศภูมิประเทศก็ไม่เหมือนกัน ทำให้สร้างคนละสไตล์สร้างคนละแบบกัน

ฉิน, ฮั่น, ถัง, ซ่ง, หยวน, หมิง, ชิง??? จิ๋นซีฮ่องเต้มา!! หวังเจาจวินก็มา!! ตอน 1

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ได้เวลาพักเบรคการเรียนภาษาจีน (อย่างคร่ำเคร่ง อิ อิ) ของพวกเรามั่งนะจ๊ะ สุ่ยหลินเชื่อว่าพวกเราเหล่าแฟนเพจนี่ต้องมีบางคนเป็นแฟนคลับคอหนังจีนโบราณกันมั่งแน่ๆ หรือถ้าใครไม่ถึงขั้นเป็นแฟนคลับก็ต้องมีผ่านตาหนังจีน ละครจีนโบราณกันมั่งชัวร์ๆ เนอะ

เคยสงสัยกันไหมคะว่า เอ..ทำไมหนังจีน ละครจีนนี่มีหลายยุค หลายสมัยมากๆ? ยุคไหน? สมัยไหน? งงไปโหม้ดด! บางยุคก็แต่งตัวเป็นจอมยุทธ บางยุคก็มีหมวกขนสัตว์มาคลุมด้วย บางยุคก็มีหมวกใหญ่ๆ บนหัวเหมือนซูสีไทเฮา (น่าจะหนักหัวน่าดูอ่ะ) และอีก ฯลฯ เพรียบบบ ซึ่งอย่างที่พวกเรารู้กันดีว่าจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้ง 5,000++ กว่าปี ว่าแต่ตอนไหนเป็นตอนไหน และเค้าเรียงลำดับราชวงศ์กันยังไงล่ะ??

ติดตามภาพรวม ประวัติศาสตร์จีน แบบ Timeline ตีแผ่ทุกราชวงศ์ในโพสนี้กะสุ่ยหลินนะคะ^^ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะเข้าใจมากขึ้น ดูหนัง ละครจีนก็สนุกมากขึ้นด้วยนาาา สุ่ยหลินรับประกันนน (เอาเอง อิ อิ)

ขึ้นๆ ลงๆ คนจีน-คนไทย บางทีก็เหมือนกัน บางทีไม่เหมือน

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน ภาษาจีนกับภาษาไทยมีคำว่า “ขึ้น” กับ “ลง” ก็คือคำว่า 上 [shàng] และ 下 [xià] ฟังดูแล้วก็ไม่ยากเท่าไหร่เพราะแปลก็ดูตรงไปตรงมา ตรงตัวเป๊ะ แต่จริงๆ ว่าความหมายของ “ขึ้น” กับ “ลง” ของคนไทยกับคนจีนไม่เหมือนกันซะทีเดียวค่ะ บางสถานการณ์ก็ใช้เหมือนกัน บางสถานการณ์ก็ไม่นะ

เรื่องราวจะเป็นยังไง ติดตามเรื่องขึ้นๆ ลงๆ คนจีน-คนไทย บางทีก็เหมือนกัน บางทีไม่เหมือน ในโพสนี้ของสุ่ยหลินค่ะ