เรียนจีน

Home เรียนจีน

会 [huì], 能 [néng] และ 可以 [kěyǐ] สามนักกีฬาเสื้อสามารถ^^

会 [huì], 能 [néng] และ 可以 [kěyǐ] สามนักกีฬาเสื้อสามารถ^^

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่รักของสุ่ยหลิน^^ ตอนแรกที่สุ่ยหลินจะเขียนเรื่อง 会, 能 และ 可以 เนี่ย สุ่ยหลินชั่งใจอยู่นานพอควรเลยค่าา เพราะว่าสามนักกีฬาเสื้อสามารถเนี่ย เป็นหนึ่งในคำถามคลาสสิกที่คนเรียนภาษาจีนหลายคนต้องงงมาก่อน เลยมีเหล่าซือหลายท่านที่เขียนอธิบายเรื่อง 会, 能 และ 可以 มาเป็นอย่างดีแว้วนะคะ

แต่พอเวลาผ่านๆ ไป สุ่ยหลินเองก็สังเกตว่ายังมีแฟนๆ ไม่เข้าใจเรื่องสามตัวนี้อยู่นะ ดังนั้น อย่ากระนั้นเลยเขียนโพสเรื่อง 会, 能 และ 可以 ดีฝ่า ใครที่เคยอ่านในเวอร์ชั่นของเหล่าซือคนอื่นแล้ว ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูมั่งนะจ๊ะ

ติดตาม 3 ตัวชวนงง 会, 能 และ 可以 ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

คนจีน เค้าตั้งชื่อกันยังไงนะ?? (中文名字)

คนจีน เค้าตั้งชื่อกันยังไงนะ

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่รักของสุ่ยหลิน  เช่นเคยนะคะ เราเรียนกันมาเยอะก็มาพักเบรคกันด้วยเรื่องเบาๆ กันมั่ง เรียนเยอะจัดไม่พักเลยเดี๋ยวจะเบื่อกันไปก่อน สุ่ยหลินว่าเรียนมั่งพักมั่ง รู้สึกว่าสบายๆ รู้สึกว่าชอบ รู้สึกว่าสนุกกับภาษาจีน จะทำให้เรียนได้ดีกว่า จำได้ดีกว่าเยอะเลยค่าาา^^ หมวยคอนเฟิม!!!

โพสนี้สุ่ยหลินอยากคุยเรื่องการตั้งชื่อของคนจีน เราเคยสงสัยกันป่าวคะว่าคนจีนเค้ามีชื่อเล่นแบบเราคนไทยหรือป่าว?  และทำไมชื่อคนจีนส่วนใหญ่เขียนด้วยตัวอักษรจีนยากๆ ไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวันเลยอ่ะ?? เวลาคนจีนเค้าตั้งชื่อนี่ ต้องอิงชื่อพ่อมามั๊ย?? หรือว่าฮิตตั้งชื่อตามดารา คนดังหรือป่าว??   ติดตามเรื่องราวการตั้งชื่อของคนจีน เรียนเพื่อรู้วัฒนธรรมของคนจีน เข้าใจเค้ามากขึ้นจะช่วยให้เรียนภาษาได้ดีขึ้น ในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าาา^^

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน 半 ,一半 และ 一个半 3คำนี้มีอะไรต่างกันยังไง?

半 [bàn], 一半 [yí bàn] และ 一个半 [yí ge bàn]

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุกคน สุ่ยหลินกลับมาอีกครั้งกับซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนตอน 半 [bàn], 一半 [yībàn] และ 一个半 [ ge bàn] ค่ะ อยากรู้ว่าสามคำข้างบนใครเคยงงแบบสุ่ยหลินมั่ง เรารู้แหละว่า 半 เดี่ยวๆ แปลว่าครึ่ง แต่พอมาแบบมีจำนวนนับนำหน้าแบบนี้ เป็น 一半 [yībàn] หรือแอดวานซ์กว่านั้นมีจำนวนนับพ่วงลักษณนามนำหน้าแบบนี้ล่ะ 一个半 [yī ge bàn] ยังแปลว่า “ครึ่ง” อยู่หรือป่าวนะ?

ติดตามคำตอบของ 3 คำนี้ได้ว่าต่างกันยังไงในโพสนี้เรยค่าา^^

Survivor Kit : 15 คำศัพท์ท่องเนตด้วยภาษาจีน

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รักของสุ่ยหลิน สุ่ยหลินเพิ่งเสร็จจากงานสัมมนา “เข็มทิศภาษาจีน” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 มีนาคม) ต้องขอบคุณแฟนเพจ แฟนคลับมากๆ เลยนะคะที่มาเจอกัน ที่นั่งเต็มเอี๊ยดทุกที่นั่งเลย สุ่ยหลินดีใจยิ่งกว่าริ้วทองได้เจอท่านชายดิเรกในกำไลมาศซะอีก สงสารริ้วทองจิงๆ ล่ะเรื่องเนี้ย โดนหลอกตลอดศกอ่ะ TT แถมแห้วท่านชายอีกในตอนสุดท้ายอีกตังหาก

ออกทะเลไปแระ วันนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมโพสอีกโพสที่สุ่ยหลินมั่นใจ (เอาเองอีกครั้ง^^) ว่ามีประโยชน์มว๊ากกค่าา นั่นคือศัพท์ที่เกี่ยวกับการท่องเนตซึ่งเป็นอวัยวะที่ 34 ของเราทุกคน (อวัยวะที่ 33 ยกให้โทรศัพท์มือถือไปนะ) ได้ยินเค้าพูดกันตรึมว่าเดวนี้ไม่มีทีวีอยู่ได้ แต่ขาดเนตเหมือนขาดใจจจ…ย้อนกลับไปดูตัวเอง เอ้อ!! มันจิงเว้ยเห้ย

อย่างที่รู้กันค่าว่าคนจีนไม่ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามแต่ ดังนั้นการเรียนภาษาจีนของเรานอกจากเรียนการพูดเรียนไวยากรณ์แล้ว เราเลยต้องเรียนคำศัพท์ภาษาจีนด้วย โดยเฉพาะศัพท์ที่คนในโลกนี้เค้าพูดทับศัพท์กันแต่คนจีนไม่ทับครัชชช  ฮือๆ (เช่น hamburger, sandwich, salad ทำไมนึกได้แต่ของกินหว่าาา อายจุง)

แถมที่สำคัญเวลาเข้าไปที่หน้าเว็บของจีนแบบไม่มีภาษาอังกฤษ โอวว…ช่วยลูกช้างด้วย!! คือไม่มีภาษาอังกฤษจั๊กกะตัวค่าา ไม่ว่าจะเป็น Homepage, username, password, log in, log out, click ฯลฯ ใช้แรกๆ ลำบากมากกั๊บคุณผู้อ่านน ไม่รู้ปุ่มไหนเป็นปุ่มไหน?

ติดตามโพสวิธีท่องเนตภาษาจีนเอาไว้คุยกะคนจีน ไว้ใช้ท่องเว็บจีนในโพสนี้คร่าา (เราจะได้พูดเรื่องเดียวกันซ้ากที เค้าบอกให้ไปหน้า 首页  ห๊ะ!! หน้าอะไรฟร่ะ!)

把字句 ไวยากรณ์นี้ไม่มีในภาษาไทย ตอน 2

把字句

เพื่อไม่เสียเวลา เรามาเริ่มกันตอน2เลยดีกว่านะจ๊ะ เพราะโพสนี้มันยาววววว แต่มีประโยชน์ต่อภาษาจีนของเฮา จึงควรรีบอ่านน้าา! ใครไม่ได้อ่านตอนแรกหรือลืมไปแระว่าคืออาไร กดที่นี่ครัชชช 把字句 ไวยากรณ์นี้ไม่มีในภาษาไทย ตอน 1

การใช้ประโยค 把 ที่เราใช้ผิดกันบ่อยๆเนี่ย มีอยู่สองแบบค่ะ แบบแรกคือที่ไม่ควรใช้แต่เรากลับใช้ และแบบที่สองคือที่ควรใช้แต่เราดันไม่ใช้ซะนี่ เอ..สุ่ยหลินนี่ยังไง? ตอบแบบนี้ก็ถูกล้านเปอร์เซนต์อ่ะสิ (คุณผู้อ่านคิดในใจ)

จริงๆ คือสุ่ยหลินอยากให้ดูกรณีตัวอย่างที่มักใช้ผิด แล้วค่อยจับข้อสังเกตของการใช้ 把字句 ที่ถูกต้องต่างหากล่ะคะ งั้นมีกรณีไหนบ้างที่ใช้ผิดล่ะ มาดูกันเรยยยค่าา!!!

เรื่องสั้น 4 ตอนจบ ตอนสุดท้าย: อยากเรียนภาษาจีนให้เก่ง ต้องรู้สึก “สนุก”

เทคนิคเรียนภาษาจีน ต้อง รู้สึกสนุก

มาถึงตอนสุดท้ายของคัมภีร์สุดยอดเคล็ดวิชาเทคนิคเรียนภาษาจีนให้เก่งกับสุ่ยหลินแล้วนะคะ อันดับแรกสุ่ยหลินอยากให้ลองสังเกตตัวเองหน่อย? ว่าเวลาที่เราถูกบังคับให้ทำอะไรซักอย่างที่เราไม่อยากทำ หรือว่าต้องทำเพราะจำเป็นเพราะเหตุผลร้อยแปดพันเก้า เราจะทำมันไปงั้นๆ ทำมันไปส่งๆ ทำให้มันเสร็จๆ ทำแปปๆ ก็เหนื่อยแระ ผลที่ได้ก็ออกมาไม่ค่อยดี บางครั้งเข้าขั้นห่วย ที่สำคัญทำ 1 ครั้ง อีก 3 เดือนมาทำใหม่ (ถ้าไม่มีใครบังคับ) ดังนั้น ความสม่ำเสมอไม่มี

แต่ถ้าลองเปลี่ยนใหม่ ลองเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เราชอบ เราสนใจในเรื่องอะไรก็ได้ เราจะทำมันอย่างสนุกสนาน ทำเพราะอยากรู้ กระตือรือร้นที่จะทำ เราก็ไม่เหนื่อย เราไม่ท้อ เราไม่เบื่อ แถมเวลาที่เจอปัญหาเรากลับรู้สึกสนุกและท้าทาย อยากเอาชนะซะอีกนั่น!

จริงๆ แล้วเรื่องข้างบนที่สุ่ยหลินเล่า สังเกตดีๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเรียนภาษาจีนเลยนะคะ

5 เกมส์โชว์สุดฮิต ฝึกวรยุทธ์ภาษาจีน

game show ฟังภาษาจีน

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน^^ ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้สุ่ยหลินเคยเขียนโพสชวนไปดูหนัง ดูละครจีนกันเยอะๆ เพื่อฝึกวรยุทธ์ 听力 (ฟังภาษาจีน) ของเราให้ดีขึ้นนะ ใครยังไม่ได้อ่านก็ไปที่โพสนี้ เรื่องสั้น 4 ตอนจบ ตอน 3: อยากเรียนภาษาจีน ให้เก่ง ต้อง “ดูหนัง” ให้มากๆ แล้วก็โพสนี้น้า ชวนมาดูหนังจีนกันดีก่าาา!! (中国电影)

พอดีมีคุณผู้อ่านที่รักถามมาว่า เย้ยยย!!…เค้าไม่ชอบดูละคร ไม่ชอบดูหนัง ชอบอะไรที่จบเร็วๆ ไม่ยืดเยื้อ เพราะดูหนัง ดูละครต้องดูทั้งเรื่องม่ะมีเวลาพออ่ะ สุ่ยหลินแนะนำหน่อยจิคับ

ได้เรยยค่าา โพสวันนี้ของสุ่ยหลินจึงมาพร้อมกับเกมส์โชว์ที่คนจีนเค้าฮิ๊ตฮิตกันนะ บางเกมส์โชว์เราคุ้นเคยมั่กๆ เพราะเมืองไทยก็มี เราเข้าใจวิธีการเล่นหมดแล้ว ดูแล้วก็เข้าใจได้ง่ายๆ  วิธีการหาคลิปมาดูก็ง๊ายง่าย ก๊อปชื่อภาษาจีนของเกมส์โชว์พวกเนี้ยไปแปะใน youtube หรือ youku ค่าา ก็จะขึ้นคลิปมาตรึม เลือกเอาตามใจปรารถนาได้ทันทีๆๆ (ต้องมีเสียงเอคโค่นะถึงจะได้อารมณ์ อิอิ)

ติดตาม 5 เกมส์โชว์สุดฮิต ไว้ฝึกวรยุทธ์ ฟังภาษาจีน (听力) กับสุ่ยหลินในโพสนี้ครัชชชช

三八 คำด่าที่ลุ่มลึกในวันสตรีสากล

三八

ในเมื่อวันนี้เป็นวันสตรีสากล สุ่ยหลินในฐานะสตรีคนหนึ่งเลยขอเสนอคำด่า…(อะไรแว๊!!) ที่เกี่ยวกับสตรีค่า แหะๆ เรียกว่ารู้ไว้ใช่ว่าดีกว่า เพราะเราเรียนภาษาจีนให้ได้ดีต้องเรียนวัฒนธรรมเค้าด้วยน้าาาา (ดูดีขึ้นมาทันที ><’)

ติดตามคำด่าที่ลุ่มลึกของคนจีนที่ไหงมาเกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลได้ไง? ในโพสนี้ค่ะ

คนจีน คนเกาหลี คนญี่ปุ่นหน้าตาเค้าต่างกันยังไงนะ??

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน หลังจากคร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาจีนมาแล้วทั้งอาทิตย์ ก็ได้เวลามาพักสมองกันมั่งแล้วนะคะ เรียนมากไปเดี๋ยวปวดหัว อิ อิ

วันนี้สุ่ยหลินมีเรื่องนึงอยากเล่าให้ฟัง ตอนสุ่ยหลินไปเรียนเมืองจีนเนี่ย แรกๆ รู้สึกสับสนเหมือนกันว่าคนๆ เนี้ยหน้าตาหมวยๆ เอเชี่ยนๆ แบบเนี้ยเป็นคนชาติไหนกันแน่ ที่สับสนบ่อยสุด ก็คือสามชาตินี้แหละค่ะ จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ยิ่งสังคมนักเรียนต่างชาติในจีนด้วย คนเกาหลี คนญีปุ่นเดินกันให้คึ่ก แถมคนอื่นมาเจอหน้าสุ่ยหลิน ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าเจ้คนนี้หน้าแบบนี้ แต่ดันพูดจีนม่ะได้ 55 (ตอนนู้น) สร้างความงงงวยเวลาคุยกันยิ่งนัก

ตอนแรกก็คิดว่าสุ่ยหลินสงสัยเรื่องเนี้ยอยู่คนเดียว คงไม่มีใครมาใส่ใจหรอกม๊างเรื่องจุ๋มจิ๋มแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วตอนหลังถึงรู้ว่ามีคนอื่นสับสนเรื่องนี้เหมือนกันค่า เลยมีการคุยกันว่าเราจะแยกความแตกต่างของคนสามชาตินี้ยังไงด้วยลักษณะภายนอก สุ่ยหลินว่ามีประโยชน์ดี เพราะเอาจริงๆคนจีนบางคนก็ไม่ชอบคนญี่ปุ่นมาก เพื่อนญี่ปุ่นเคยไปเที่ยวด้วยกันกับสุ่ยหลินเค้ากระซิบบอกเลยค่ะว่าให้สุ่ยหลินเป็นคนพูด เพราะเวลาเค้าพูดกับแม่ค้าแม่ขาย คนขับรถแท็กซี่พวกนี้ฟังสำเนียงเค้าออกชัดว่าเป็นคนญี่ปุ่น เดี๋ยวจะโดนปฏิบัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนคนญี่ปุ่นบางคนเวลาเราเข้าใจผิดคิดว่าเค้าเป็นคนจีน เค้าก็ไม่พอใจนะคะ สุ่ยหลินเข้าใจว่าทั้งหมดนี้มาจากเรื่องการเมืองสมัยนี้กะเรื่องสงครามในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสงครามนานกิงที่คนจีนถูกทหารญี่ปุ่นฆ่าตายอย่างทารุณกรรมไปเยอะ และอื่นๆค่ะ

มาติดตามวิธีแยกคนสามชาตินี้ (ด้วยตาเปล่า อิอิ) ได้ ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

有点儿 VS 一点儿 อันไหนน้อยกว่ากัน?

有点儿 一点儿

สุ่ยหลินว่าเรารู้จักคำว่า “点” ในภาษาจีนมาบ้างแล้วนะคะ คำนี้นอกจากจะแปลว่า “จุด” เช่น 三点五 [sān diǎn wǔ]  = สามจุดห้า หรือแปลว่า  “สั่ง (อาหาร)” เช่น 点菜 [diǎncài] แล้ว ก็ยังเป็นหน่วยนับของเวลาเป็นชั่วโมงได้อีกด้วยล่ะ เช่น 三点 [sān diǎn] = 3 โมง เป็นต้นค่ะ แต่พอเราเอา + 点儿 กลายเป็น 一点儿 ในเมื่อ 一  = หนึ่ง งั้น 一点儿 ก็น่าจะแปลว่าอะไรเล็กๆนะ  แถมยังมีอีกคำ + 点儿 กลายเป็น 有点儿  เอ๋!เริ่มงงล่ะว่าสองคำนี้ต่างกันยังไง?? แล้วจะแปลว่าอะไรดี ที่สำคัญตัวไหนน้อยกว่าตัวไหนล่ะ??

สุ่ยหลินมีคำตอบให้ค่ะ^^ ตามอ่านกันเลย