เรียนจีน

Home เรียนจีน

三八 คำด่าที่ลุ่มลึกในวันสตรีสากล

三八

ในเมื่อวันนี้เป็นวันสตรีสากล สุ่ยหลินในฐานะสตรีคนหนึ่งเลยขอเสนอคำด่า…(อะไรแว๊!!) ที่เกี่ยวกับสตรีค่า แหะๆ เรียกว่ารู้ไว้ใช่ว่าดีกว่า เพราะเราเรียนภาษาจีนให้ได้ดีต้องเรียนวัฒนธรรมเค้าด้วยน้าาาา (ดูดีขึ้นมาทันที ><’)

ติดตามคำด่าที่ลุ่มลึกของคนจีนที่ไหงมาเกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลได้ไง? ในโพสนี้ค่ะ

จะเรียงลำดับประโยค ภาษาจีน ยังไงให้ถูก !?!?

โครงสร้างประโยค ภาษาจีน

เวลาเราเริ่มเรียนภาษาที่ 2 หรือ 3 ใหม่ๆ สุ่ยหลินว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามรวมถึงภาษาจีนด้วย ก็จะเจอกับปัญหาเรื่องการเรียงประโยคทั้งนั้นเลยนะสุ่ยหลินว่า อย่างภาษาไทยเราพูดว่า “ชั้นกินข้าว” ก็มีบางภาษาอื่นๆ ในโลกบอกว่า “ชั้นข้าวกิน” หรือพูดว่า “ข้าวกินชั้น”  เห้ยยยยย!!!… แต่มีจริงๆนะจะบอกให้

ภาษาจีนก็มีปัญหาเรื่องการเรียงประโยคเหมือนกัน คนต่างชาติเวลาเรียนภาษาจีนใหม่ๆก็มีบ้างที่จะงงกะการเรียงประโยค และเพราะอย่างงี้นี่เอง ในข้อสอบ HSK ถึงกับมี part นึงเลยทีเดียวเชียวที่ทดสอบความสามารถในการเรียงประโยคให้ถูกต้อง ซึ่งหากเราเรียงประโยคได้ถูกต้อง จะมีประโยชน์ม๊ากมากๆเวลาสื่อสารกะคนจีน เพราะเค้าจะเข้าใจเราอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเราต้องการอาไรน้าาา…

งั้นวันนี้มารู้จักการเรียงประโยคภาษาจีนอย่างถูกต้มม..เอ้ย ถูกต้องดีกว่า สุ่ยหลินกระซิบจิ๊ดนึงเลยว่า ใครที่เริ่มจะท้อ บอกเรยว่าอย่าเพิ่งน้า เพราะของจีนกะของไทยเรียงใกล้เคียงกันมากแว้วววว มีข้อแตกต่างปลีกย่อยเท่านั้นจ้าาา

ติดตามค่าา

เรื่องสั้น 4 ตอนจบ ตอนแรก: อยาก เรียนภาษาจีน ให้เก่ง “ใจต้องกล้า”

หนึ่งในคำถามที่สุ่ยหลินได้รับบ่อยมากที่สุดก็คือ เรียนภาษาจีน มานานแล้วท้อเพราะไม่มีความคืบหน้า เรียนมาหลายปีก็ยังพูดไม่ได้ อ่านไม่ค่อยออก ฟังไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่าท้อใจฝุดๆ ไม่อยากจะเรียนต่อแระ

สุ่ยหลินอยากจะบอกเลยว่าปัญหาพวกนี้เป็นกันทุกคนค่าาา ไปถามได้เลยว่าก้าวแรกของทุกคนที่เริ่มเรียนภาษาจีนเป็นไง สำหรับสุ่ยหลินเองลำบากมว๊ากกกค่า ลองนึกภาพคนที่ไม่ได้ศัพท์แสงภาษาจีนเลย แต่ไปเรียนเมืองจีนแบบไปตายเอาดาบหน้า ยังกะพระเจ้าตากตีเมืองจันท์เพราะได้ทุบหม้อข้าว เอ๊ย! กระปุกไปเรียนเมืองจีน   เลยได้ (เกือบ) ตายสมใจอยากจริงๆ

บอกว่า “ใช่” ในภาษาจีน พูดอะไรได้บ้าง??

บอกว่า-“ใช่”-ในภาษาจีน

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน^^ เรารู้จักกันดีว่าภาษาจีนถ้าจะตอบว่า “ใช่” ต้องตอบว่า 对  [duì] แต่ในความเป็นจริงแล้วคนจีนไม่ได้พูดคำว่า “ใช่” ด้วยคำว่า 对 คำเดียวเสมอไปนะ คนจีนใช้ตอบรับว่า “ใช่” ได้อีกเยอะแยะเลย หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออก ต้องมาอ่านโพสนี้ของสุ่ยหลินแล้วจะใช้เป็น ใช้ได้เหมือนอย่างคนจีนเลยค่ะ

คนจีน คนเกาหลี คนญี่ปุ่นหน้าตาเค้าต่างกันยังไงนะ??

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน หลังจากคร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาจีนมาแล้วทั้งอาทิตย์ ก็ได้เวลามาพักสมองกันมั่งแล้วนะคะ เรียนมากไปเดี๋ยวปวดหัว อิ อิ

วันนี้สุ่ยหลินมีเรื่องนึงอยากเล่าให้ฟัง ตอนสุ่ยหลินไปเรียนเมืองจีนเนี่ย แรกๆ รู้สึกสับสนเหมือนกันว่าคนๆ เนี้ยหน้าตาหมวยๆ เอเชี่ยนๆ แบบเนี้ยเป็นคนชาติไหนกันแน่ ที่สับสนบ่อยสุด ก็คือสามชาตินี้แหละค่ะ จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ยิ่งสังคมนักเรียนต่างชาติในจีนด้วย คนเกาหลี คนญีปุ่นเดินกันให้คึ่ก แถมคนอื่นมาเจอหน้าสุ่ยหลิน ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าเจ้คนนี้หน้าแบบนี้ แต่ดันพูดจีนม่ะได้ 55 (ตอนนู้น) สร้างความงงงวยเวลาคุยกันยิ่งนัก

ตอนแรกก็คิดว่าสุ่ยหลินสงสัยเรื่องเนี้ยอยู่คนเดียว คงไม่มีใครมาใส่ใจหรอกม๊างเรื่องจุ๋มจิ๋มแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วตอนหลังถึงรู้ว่ามีคนอื่นสับสนเรื่องนี้เหมือนกันค่า เลยมีการคุยกันว่าเราจะแยกความแตกต่างของคนสามชาตินี้ยังไงด้วยลักษณะภายนอก สุ่ยหลินว่ามีประโยชน์ดี เพราะเอาจริงๆคนจีนบางคนก็ไม่ชอบคนญี่ปุ่นมาก เพื่อนญี่ปุ่นเคยไปเที่ยวด้วยกันกับสุ่ยหลินเค้ากระซิบบอกเลยค่ะว่าให้สุ่ยหลินเป็นคนพูด เพราะเวลาเค้าพูดกับแม่ค้าแม่ขาย คนขับรถแท็กซี่พวกนี้ฟังสำเนียงเค้าออกชัดว่าเป็นคนญี่ปุ่น เดี๋ยวจะโดนปฏิบัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนคนญี่ปุ่นบางคนเวลาเราเข้าใจผิดคิดว่าเค้าเป็นคนจีน เค้าก็ไม่พอใจนะคะ สุ่ยหลินเข้าใจว่าทั้งหมดนี้มาจากเรื่องการเมืองสมัยนี้กะเรื่องสงครามในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสงครามนานกิงที่คนจีนถูกทหารญี่ปุ่นฆ่าตายอย่างทารุณกรรมไปเยอะ และอื่นๆค่ะ

มาติดตามวิธีแยกคนสามชาตินี้ (ด้วยตาเปล่า อิอิ) ได้ ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

ฝรั่งเค้าก็ฮิตรอยสัก 纹身 [wénshēn] อักษรจีนเหมือนกันนะ!

เรื่องการสักเพื่อความสวยความงามเนี่ย สุ่ยหลินคิดเอาเองว่าฝรั่งเป็นคนริเริ่ม ทางบ้านเราสักเพื่อความคงกระพันชาตรี ฟันแทงไม่เข้า หรือไม่ก็สักเพื่อลงโทษอ่ะค่ะ

หลายปีมาเนี่ย มีข่าวว่าดารา นักร้อง นักกีฬาฝรั่งหลายคนหันมาสักตัวอักษรจีนมากขึ้น สุ่ยหลินคิดว่าเพราะตัวอักษรจีนอ่อนช้อย สวยงาม ดูเท่ดีด้วยอ่ะ รองลงไปคือความหมายดีๆ ที่แฝงอยู่ในรอยสักนั้นๆ

才 VS 就 ต่างกันยังไงนะ??

才 VS 就 ต่างกันยังไงนะ
หลังจากเราเถิดเทิงทิงนองนอยกันมาเยอะแล้ว กลับมาเรียนภาษาจีนกันต่อนะจ๊ะ^^ เอาน่า อย่าเพิ่งหน้าเบ้สิจ๊ะ เรียนมั่งเล่นมั่งจะได้ไม่เบื่อน้า แถมคำศัพท์วันนี้ที่สุ่ยหลินเลือกมานี่เป็นคำถามมาจากคุณผู้อ่านทางบ้าน (พูดเหมือนรายการทีวีม่ะ อุ อิ) ซึ่งเป็นศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ งงบ่อยๆ ด้วย เรียนไว้มีประโยชน์ชัวร์ๆ จ้า

ติดตามน้า^^

我们 VS 咱们 ต่างกันตรงไหนอ่ะ???

“我” เป็นสรรพนามตัวแรกเลยนะที่เราต้องเรียนในภาษาจีน จากนั้นมาก็ค่อยเรียนตัวอื่่นๆ เช่น 你,他,她,它,您 อะไรๆ ก็ว่าไป

พอรูปเอกพจน์ได้ อันดับต่อมาก็ต้องเป็นรูปพหูพจน์มั่ง เช่น 我们,你们,他们,她们,它们….ตัวอื่นๆ เรารู้หมด แต่มาสะดุดเอาตัวสุดท้ายที่ 咱们!

หืมมม์ม์ 咱们 แปลว่าอะไรนะ??

เรารู้ว่า 我们 [wǒmen] แปลว่า “พวกเรา” แล้ว 咱们 [zánmen] เปิดในดิก อ่าววว….ก็แปลว่า “พวกเรา” เหมือนกัน แล้วตกลง 我们 กับ 咱们 ต่างกันยังไงนะ?

สุ่ยหลินมีเฉลยเแบบไม่งง และเคลียร์คัตเลยค่าาา ^^

ติดตามได้เล้ยย

数量补语 บทเสริมบอกจำนวน อะไรแว้???

数量补语

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน ก่อนที่เราจะเข้าถึงโพสนี้ สุ่ยหลินมีคำถามเกี่ยวกับ 数量补语 มาถามแฟนเพจดังนี้ค่ะ

ขอถามง่ายๆ (แต่ตอบยาก อิอิ) ว่าประโยคไหนถูก?

1.他来了两个月北京。
Tā láile liǎng gè yuè Běijīng.

2. 他来北京两个月了。
Tā lái Běijīng liǎng gè yuè le.

3. 我学了汉语一个小时。
Wǒ xuéle Hànyǔ yī gè xiǎoshí.

4. 我学了一个小时汉语。
Wǒ xuéle yī gè xiǎoshí Hànyǔ.

5. 我学汉语学了一个小时。
Wǒ xué Hànyǔ xuéle yī gè xiǎoshí.

แอบอุบอิบไว้ในใจก่อนนะคะ  เพราะเฉลยจะตามมาทีหลัง แต่การที่เราจะตอบคำถามข้างบนแบบนี้ได้ (โดยไม่มั่วและไม่เดา)  เราต้องรู้จักไวยากรณ์ที่ว่าด้วยเรื่องบทเสริมบอกจำนวนหรือ 数量补语 ค่ะ

ว่าแต่บทเสริมบอกจำนวนคืออะไร? แค่ฟังชื่อก็ท้อซะแล้ว มาติดตามกันได้ในโพสนี้ของสุ่ยหลินเลยค่ะ

兴奋 กับ 激动 ก็ “ตื่นเต้น” เหมือนๆ กัน? แล้วต่างกันตรงไหน?

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลินทุกคน! วันนี้เรามาแก้ปัญหาที่หลายคนมักจะสับสนกันค่ะ นั่นก็คือ 兴奋 [xīngfèn] กับ 激动 [jīdòng] ทั้ง 2 คำนี้แปลว่า “ตื่นเต้น” เหมือนกัน แต่รู้ไหมคะว่ามีความรู้สึกที่ไม่ค่อยเหมือนกันเลย!

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้คำไหน เมื่อไหร่? มาดูกันเลยค่ะ!